กบกินเครื่องบิน

เคยได้ยินสำนวนที่ว่า “หมาเห่าเครื่องบิน” กันบ้างมั้ยครับ…

ณ จุดนี้ ถ้าไม่เคยได้ยินผมก็ช่างละครับ ถือซะว่ารู้กันหมดละกัน ว่าความหมายของสำนวนนี้ ก็คือ การที่เราเฝ้าคอย เฝ้าหา หรือต้องการสิ่งที่สูงกว่าหรือเลอค่ากว่าตัวตนของเราเป็นอย่างมาก

แต่ในบล็อกนี้ ผมขอเปลี่ยนเป็น “กบกินเครื่องบิน” แทนละกัน

 

ทำไมต้องเป็นกบ??

กบในที่นี้ ผมแทนตัวผมเองนะครับ เป็นฉายาที่แฟนเก่าเขาเรียกผม (อีกบ อะไรประมาณนี้) ผมก็ไม่รู้ทำไมว่าเขาถึงเรียกผมว่ากบ แต่ยังไงมันก็ดูดีกว่าคางคกแหละวะ ฮ่าๆ

 

ทำไมต้องกินเครื่องบิน??

เครื่องบิน มันบินอยู่สูงครับ กบที่อยู่บนพื้นล่างจึงเห็นเครื่องบินลำเล็กนิดเดียว พร้อมด้วยเสียงเครื่องยนต์ดังหึ่งๆ และบินล่องลอยผ่านไปอย่างช้าๆ เนี่ย กบหน้าโง่อย่างผมก็คงคิดว่าไอ้เครื่องบินที่มันกำลังบินอยู่เนี่ย มันก็คือแมลงน่ะแหละ

พอเห็นแมลงบินอยู่ตรงหน้า จะรออะไรล่ะครับ ภาษาชาวบ้านก็คือ แดกสิครับ จะรออะไร

กบตัวนั้นก็ปล่อยลิ้นของมันออกมา แล้วพุ่งไปที่เครื่องบินลำนั้น หวังจะตวัดเอามากินเหมือนแมลง

แต่ไฉนแล้ว เมื่อเอื้อมไปสุดลิ้น มันก็ยังไม่ถึงเครื่องบินลำนั้นเสียที

 

ซึ่งทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ คือความรู้สึกในตอนนี้ ที่ผมกำลังเป็นอยู่ครับ

กบคือตัวผม ส่วนเครื่องบิน… ก็คือ คนที่ผมแอบชอบน่ะแหละ เอิกกกก

ในสายตาของกบ จะเห็นเครื่องบินที่บินอยู่ ลำเล็กนิดเดียว เหมือนมันอยู่ใกล้มากๆ

แต่จริงๆ แล้ว มันช่างอยู่ไกลเสียเหลือเกิน…

ซึ่งมันบอกได้ตรงกับชีวิตผมในตอนนี้เลย ก็คือ “เหมือนอยู่ใกล้ แต่จริงๆ แล้วเราช่างห่างไกลกันเหลือเกิน”

 

ผมคงจะบอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ละ ถ้าบอกไปละรู้ยันเซลล์สมองเน่าๆ ของผมเป็นแน่ (กันไว้ก่อน เผื่อเพื่อนมาอ่าน ฮิฮิ)

แต่ที่ผมจะบอกก็คือ ผมอึดอัดใจมากนะ…

อึดอัดที่เราต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้ เหมือนคนที่ขี้ไม่ออกมาแล้วสองสามวันยังไงยังงั้น

มันเป็นความรู้สึกที่เราอยากจะบอกออกไป แต่ก็กลัวกับผลที่ได้รับกลับมา

เอาจริงๆ คือ ถ้าผมบอกไปแล้ว ผมไม่ได้กลัว หรือหวังว่าอีกฝ่าย จะต้องรับรักผมเลย ในทางกลับกัน ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ว่าผมจะมีวันที่ได้รับโอกาสนั้น เพราะที่บ้านผมมีอ่างน้ำใบใหญ่ไว้ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองทุกเช้าครับ

แต่สิ่งที่ผมกลัวที่สุด ก็คือ อะไรๆ มันจะไม่เหมือนเดิม…

มันเป็นคำถามที่ตอบยากมาก เพราะใจของคนเรามันไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถหาคำตอบที่แน่นอนได้ล่วงหน้าเลย หากเราไม่ได้ลองด้วยตัวเอง

บางครั้ง แม้แต่ตัวเราเอง ปากบอกว่าเป็นอย่างนึง แต่ในความเป็นจริงแล้วยังกลับเป็นอีกแบบนึงเลย..

แต่ถ้าเราได้ลอง ได้ลงมือ หรือได้พูดอะไรออกไป เราก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งนั้นๆ ซึ่งถ้าผมพูดอะไรออกไปแล้ว และมันทำให้อะไรๆ มันแย่ลง นั่นก็คือ หัวใจของผมเองจะต้องเป็นคนที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ไปเต็มๆ ซึ่งผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลยจริงๆ

 

แต่ตอนนี้ ผมว่ามันถึงเวลาที่จะบอกเจ้าตัวให้รับรู้รับทราบแล้วล่ะ

ถึงแม้… ผมจะเป็นผู้ชายที่ตัวใหญ่ใจเล็ก แต่หัวใจดวงเล็กดวงน้อยของผมเนี่ย ก็มีความรัก ความจริงใจ ที่พร้อมที่จะให้คนๆ นึงได้อย่างหมดหัวใจไปตลอดแอบซ่อนอยู่ ผมเชื่ออย่างนั้น

ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมจะลองใช้หัวใจเล็กๆ ดวงนี้แหละ ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ดูซะหน่อย

ผมกะจะบอกเธอ ในรูปแบบที่ ไม่ต้องการคำตอบ คือขอแค่ให้เจ้าตัวเขารับรู้ ก็พอแล้ว

ในส่วนของผลที่ตามมา ถ้ามันออกมาดี มันก็ทำให้ผมสบายใจ และเหมือนยกภูเขาหิมาลัยออกจากอกไป แต่ถ้ามันออกมาไม่ดี ผมว่าความรู้สึกมันก็คงไม่แย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ อย่างน้อยเราก็สบายใจไปแล้ว เหมือนได้ยกภูเขาหิมาลัยออกจากอกไปด้วยเช่นกัน มันทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่อไป

สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย งี้สู้เหอะครับ จะได้ไม่เป็นภาระของหัวใจ

ขอจบไว้แต่เพียงเท่านี้ ผลจะออกมาเป็นยังไง และจะออกมาวันไหน อันนี้ผมบอกไม่ได้จริงๆ เพราะผมคงต้องรอโอกาสที่เหมาะสมที่สุด

และเมื่อโอกาสนั้นมาถึง ผมจะไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยออกไปอีกแน่นอน…