การทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับคนที่ไม่มี ห่xา อะไรเลย… ตอนที่ 1

*** สำหรับเนื้อหาในโพสนี้ ต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับ ว่าขนาดหัวข้อ ยังใช้ภาษาพ่อขุนรามคำแหงเลย เนื้อหาคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ มีใช้คำสบถมาแน่นอน และเนื่องจากพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ส่วนตัวของกระผมเอง ดังนั้น หากใครรับคำศัพท์เหล่านี้ไม่ได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงครับ ***

ต้องบอกว่าวันนี้เป็นอีกวันที่จะว่ายุ่งเหยิงและชุลมุนวุ่นวายที่สุดอีกวันหนึ่งของชีวิตผมเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นวันที่ผมมีภารกิจแน่นเอี๊ยดดดดด คือ ช่วงเช้าไปนัดวันอบรมทำใบขับขี่ใหม่ ช่วงบ่ายทำฟัน และช่วงเย็นไปงานศพ ซึ่งในโพสนี้ จะขอพูดถึงเรื่องการไปนัดวันอบรมทำใบขับขี่ใหม่นะครับ เพราะพึ่งประสบพบเจอมากับตัวเอง เลยยังจำได้อยู่ เลยว่าจะบันทึกลงไปซะหน่อย ไม่ใช่แค่บ่นๆ ไปเท่านั้นครับ แต่ผมหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อใครอีกหลายๆ คน ที่กำลังจะทำใบขับขี่ยานพาหนะส่วนบุคคลใหม่ ไม่มากก็น้อยครับ

ขอขอบคุณรูปจาก Google…

 

วันนี้ไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ เพราะจู่ๆ ก็รู้สึกอยากจะนัดวันอบรมทำใบขับขี่ใหม่ขึ้นมาเฉยๆ คือ ตอนแรกที่ผมทำการโทรนัดกับทาง กรมขนส่งทางบก พื้นที่ 2 ที่อยู่แถวๆ ตลิ่งชัน ถนนสวนผัก ผมได้เร็วสุดคือวันที่ 24 กรกฎาคมครับ.. ซึ่งผมจะเดินทางไปญี่ปุ่นวันที่ 1 สิงหาคม มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันกระชั้นชิดมากไป เลยรู้สึกอยากจะทำอะไรๆ ให้มันเสร็จเร็วขึ้น ก็เลยลองติดต่อสอบถามเบื้องต้นกับ กรมขนส่งทางบกพื้นที่ 1 ที่อยู่หมอชิตทางโทรศัพท์ดู ( 02-271-8426 // ถ้าโทรแล้วไม่ค่อยติด ถือว่าเป็นเรื่องปกตินะครับ… ) ถึงจะไกลจากบ้านไปหน่อย (หราาาาา) แต่ถ้าได้วันเร็วขึ้นก็คุ้มละว้าาาา

พอโทรติดก็ลองสอบถามเขาคร่าวๆ ดู ว่าถ้าเราไปด้วยตัวเองเนี่ย จะได้วันเร็วสุดวันไหน ทางนั้นเขาก็บอกมาว่า ถ้ามาด้วยตัวเอง วันนัดอบรมจะได้เร็วสุดคือวันที่ 5 และ 8 กรกฎาคม… เอาล่ะสิ เร็วขึ้นเยอะเลยเว้ยเฮ้ยยยยยย เอาก็เอาวะ ไปก็ไป คิดว่าแค่จองวันอบรมไม่น่าใช้เวลานานเท่าไหร่นักหรอก

ก่อนไป ผมก็ได้เตรียมตัวเผื่อๆ ไว้หน่อยเท่าที่จะเตรียมได้ คือ กดเงินนั่นเอง ผมยึดคติอันนึงแบบชั่วคราว ซึ่งก็คือ สมัยนี้ ขอแค่มีเงิน แม่งก็ทำได้ทุกอย่าง ก็เลยไปกดเงินมา 300 บาท เผื่อเอาไว้ ( ผมมีติดตั้วอยู่แล้ว 240 บาท แต่กดเอาไว้กันเหนียว )

 

การเดินทาง

งานนี้ผมเลือกที่จะเดินทางไปด้วย BTS สุดไฮโซของบ้านเมืองเราครับ ปกติผมจะเติมเงินบัตรกระต่ายน้อยคอยรักหรือบัตรแรบบิทครั้งละ 100 บาท (ขั้นต่ำมันน่ะแหละ แบบว่าจนส์) แต่ครั้งนี้ ผมต้องเดินทางสุดสายจากศาลาแดงไปหมอชิตเลย ใช้เงินไม่น้อยแน่ๆ เลยเติมไป 200 บาทเอาชัวร์ๆ ไว้ก่อน

ออกเดินทางจากสถานีศาลาแดงตอน 9.43 น. ไปถึง BTS สถานีหมอชิตราวๆ 10.10 น. ให้ลงที่ประตู 2 ครับ เดินลงมาแล้วเดินยาววววเลย มันต้องเดินผ่านกรมการบินพลเรือนอะไรสักอย่างก่อน ถึงจะเห็นทางเข้ากรมขนส่งทางบกครับ หรือถ้าขี้เกียจเดินก็เรียกวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้ บอกว่าไปกรมการขนส่งทางบกอาคาร ๔ ราคาจะอยู่ที่ 20 บาท แต่กรณีผมในวันนี้ ผมลองเดินดูครับ เพราะคิดว่าคงใช้เวลาไม่น่านาน เดินสำรวจเล่นซะหน่อยจะเป็นไรไป

สุดท้ายก็เดินหอบแฮ่กๆ มาถึงอาคาร ๔ จนได้ บอกได้คำเดียวครับ.. ร้อนและไกลชิบหายยยยยยยยยยยย ไอ้แม่ย้อยยยยยยยยยยยยยย ไม่น่าเลยไอ้อั๋นนน (T~T )

 

ทำใบรับรองแพทย์

เมื่อผมเข้ามาในอาคาร ๔ กรมขนส่งทางบอกแล้ว ผมก็ใช้เวลาพอควรในการดูป้ายและหาว่าต้องไปที่ไหนต่อ ผลสรุปที่ได้คือต้องไปที่ ชั้น 2 ผมก็ไปตามนั้น พอไปถึงจะมีที่คนเข้าคิวเยอะๆ เราก็ไปเข้าคิวดูบ้าง จะถามดูว่าต้องทำอะไรยังไง เห็นอยู่แถวนึงคนไม่ค่อยมีคน เพราะ จนท. ที่ประจำแถวนั้น เป็นป้าคนนึงครับ คำพูดคำจาที่ออกมาจากปากแกไม่ค่อยจะเข้าหูซะเท่าไหร่ แต่ตัวผม ณ จุดนั้นช่างแม่งละ อยากทำอะไรให้มันเสร็จไวๆ ก็เลยลองเข้าไปบวกกับป้าแกดู…

ทุกอย่างดูราบรื่นครับ ถึงป้าแกจะพูดแบบถามคำตอบคำ แต่ก็ได้คำตอบที่มีประโยชน์ และช็อคซีนาม่ามาว่า จะจองวันอบรม ต้องมีสำเนาบัตรประชาชน และมีใบรับรองแพทย์ครับ !! เอาล่ะสิมึงไอ้อั๋น ไอ้ตัวเราก็นึกว่าแม่งไม่ต้องใช้อะไร และนี่ จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อหัวข้อโพสนี้ครับ การทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับคนที่ไม่มีห่าอะไรเลยยยยย คือ ไม่มีห่าอะไรเลยนี่ก็คือยังพอมีอยู่บ้างนะครับ ผมพกบัตรประชาชนและบัตรนักศึกษาไว้กับตัว มีเงินติดตัวอยู่ด้วยพอสมควร แต่ถ้าเกิดคุณเป็นคนที่ไม่มีแม้แต่บัตรประชาชนหรือเงินติดตัวไว้เลยเนี่ย เขาไม่เรียกแค่ไม่มีห่าอะไรเลยครับ แบบนี้เขาเรียกว่าไม่มีเหี้ยอะไรเลย แนะนำว่า กลับบ้านเถอะ…

เดินลงมาจากอาคารด้วยอาการคอตกนิดๆ แต่แหม นั่ง BTS มาตั้งไกล กูไม่ยอมแค่นี้หรอกนะ!!

ผมเคยอ่านหนังสือที่ชื่อ NOTEBOOK เล่มสีดำๆ ของพี่โน๊ตอุดมแต้พานิชครับ หนังสือเล่มนี้มันเก่ามากแล้วล่ะ แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ผมนึกได้ในตอนนั้น เหมือนในหนังสือเล่มนั้น มีอยู่ช่วงๆ นึงของพี่โน๊ตที่แกบ่นๆ เอาไว้เรื่องทำใบขับขี่ครับ พี่แกเขาก็มีปัญหาเรื่องใบรับรองแพทย์เหมือนกับผมนี่แหละ แต่สิ่งที่พี่เขาเล่ามาคือ มันจะมีคนรับทำใบรับรองแพทย์แบบโจ๋งครึ่มอยู่ด้านหน้าตึกเลย ไอ้ผมก็ลองมองไปรอบๆ ตึก… ไหนวะ ไม่เห็นมีเล้ยยยยย

สุดท้าย หลังจากที่เสิร์ชหาจากในอินเทอร์เน็ตด้วย (ขอขอบคุณดีแตกสามจีมา ณ ที่นี้ด้วย ที่ไม่งอแงเลย) ถามคนแถวนั้นด้วย เลยสรุปได้ว่า ต้องไปหาวินมอไซค์ครับ อยู่ด้านหน้าอาคาร ๔ เลย เฮียแกจะพาคุณไปยังคลีนิคที่ใกล้ที่สุดเพื่อออกใบรับรองแพทย์ โดยจะมีค่าใช้จ่าย คือ ค่ารถไป-กลับ 60 บาท และค่าออกใบรับรองแพทย์อีก 80 บาท แน่นอนว่า ผมตกลงที่จะให้แกพาไปอย่างไม่ขัดข้องใดๆ เลย

พอพี่วินฯ พาผมแว๊นด้วยความเร็วสูงไปถึงคลีนิค ( ต้องบอกว่าเร็วสัสๆ ครับ ผมล่ะเสียวจะได้ใบมรณะบัตรแทนใบรับรองแพทย์ ) ผมก็ยื่นบัตรประชาชนให้ จนท. ในคลีนิค แล้วรอราวๆ 5 นาที เขาก็จะเรียกไป และเอาปากกาเมจิคสีสองสามอันชูขึ้นมา แล้วถามว่า นี่ปากกาสีอะไร ถ้าเราตอบถูกหมด เขาก็จะออกใบรับรองแพทย์ให้ โดยที่ให้เราเซ็นชื่อนิดๆ หน่อยๆ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

อยากจะบอกว่า พี่วินแกแนะนำขั้นตอนทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบเลย อย่าง พอไปถึงแล้วต้องยื่นบัตร ปชช. ให้เขาดูนะ ฯลฯ สวดดดยอดดดไปเลยลูกเพ่

ขอจบตอนที่ 1 ไว้ที่การทำใบรับรองแพทย์ก่อนละกันครับ แค่นี้ก็เขียนติดยาวเป็นพรืดจนไม่อยากจะอ่านกันแล้ว

สำหรับตอนที่ 2 อันนี้ ยาวกว่าเดิมครับ 5555 ทนๆ ใครทนอ่านได้ก็อ่านกันไป ใครทนอ่านไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ กับ การทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับคนที่ไม่มี ห่xา อะไรเลย… ตอนที่ 2