การทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับคนที่ไม่มี ห่xา อะไรเลย… ตอนที่ 2

การทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับคนที่ไม่มี ห่xา อะไรเลย… ตอนที่ 2

ใครที่อ่านบทความนี้ และยังไม่ได้อ่าน การทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับคนที่ไม่มี ห่xา อะไรเลย… ตอนที่ 1 แนะนำว่า ให้ไปอ่านก่อนนะครับ จะได้ต่อเนื่องกัน   ทำบัตรประชาชนใหม่ เอาล่ะ หลังจากที่ได้ไปทำใบรับรองแพทย์ด้วยความเร็วที่เสี่ยงจะได้ใบมรณะบัตรมาแทนเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ผมก็แว๊นกลับมาที่กรมขนส่ง อาคาร ๔ อีกรอบ เพื่อที่จะเอาเอกสารทั้งหมด มายื่นเพื่อที่จะขอจองวันสอบใบขับขี่ พอกลับมาถึงข้างในสำนักงาน แน่นอนว่าก็เริ่มต้นโดยการจิ้มบัตรคิว และนั่งรอ แต่ไม่นานนัก ก็ได้รับการเรียกไป ต้องขอบอกว่าเจ้าหน้าที่ส่วนนี้กับส่วนหน้านี่ ประดุจฟ้ากับเหวครับ เจ้าหน้าที่ในนี้ พูดจาดี อ่อนน้อม น่ารักมาก ยินดีที่จะให้บริการแม้แต่เด็กมหาวิทยาลัยอย่างผม และนี่คือ สิ่งที่ผมนำมายื่น - สำเนาบัตรประชาชน - สำเนาบัตรนักศึกษา (อันนี้เอามากันเหนียว เพราะบัตรประชาชนผมเป็นเวอร์ชั่นล่องหนไปซะแล้ว) - บัตรประชาชนตัวจริง โดยที่ทุกอันได้เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องหมด เอาล่ะ หลังจากที่ยื่นไปสักพัก ผมก็ได้รับคำตอบที่ชวนละเหี่ยใจกลับมาอีกระลอกว่า "น้องคะ บัตรประชาชนของน้องนี่ ใช้ไม่ได้นะ มันมองไม่เห็นหน้า ไม่ทราบว่าบัตรนักศึกษาของน้องนี่มีรหัสประจำตัวประชาชนอยู่ด้วยหรือเปล่า" ซึ่งในบัตรนักศึกษาของผมเนี่ย มันไม่มีรหัสประจำตัวประชาชนครับ และได้เอาบัตรนักศึกษาตัวจริงมาแสดงให้พี่เขาดู และแล้วก็ได้รับคำตอบที่ทำผมแทบร่วงไปจุ๊บกับพื้น ว่า "ว้าา แย่เลย หลักฐานที่มีตอนนี้ยังไม่เพียงพอนะคะ น้องต้องไปทำบัตรประชาชนมาใหม่ค่ะ เพราะใบที่น้องมีอยู่ตอนนี้มันชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ค่ะ" ตอนนั้นทุกอย่างดูมืดหม่นครับ แบบว่า พังๆ.. กู... หมดกัน.... ฮืออออออ (คิดในใจ) แม่งงงงงงงงงง ทำไมน้อออออออกูไม่รู้จักเตรียมพร้อมอะไรบ้างเลย นึกว่าจะโชคดีเรื่องใบรับรองแพทย์แล้วนะ แต่ไฉนกลับต้องมาเจอแจ๊คพ็อตกับเรื่องบัตรประชาชนเน่าๆ ของกูอี๊กกกกกกกกกกก กูว่าแล้ววววว ว่าไอ้บัตรประชาชนเน่าๆ ของกูเนี่ย ถ้าทิ้งเอาไว้มันจะต้องเจอเรื่องแบบนี้เข้าสักวัน แต่ก็ยั๊งงงงงงงจะอืดอาดยืดยาด !@%@$#@#%@#$@#%@#$@#$@#$#@%% "เอ้อ แต่น้องคะ พี่แนะนำว่าให้ลองไปดูข้างในสถานี BTS หมอชิตดูนะ มันจะมีจุดบริการทำบัตรประชาชนใหม่อยู่ค่ะ" เท่านั้นแหละครับ ผมหันควับรีบกราบกรานคุณพี่เจ้าหน้าที่สุดสวย และรีบรุดหน้าไปยังสถานี BTS หมอชิตในบัดดล ณ จุดนี้ ไม่เดิน…Read more …
การทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับคนที่ไม่มี ห่xา อะไรเลย… ตอนที่ 1

การทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับคนที่ไม่มี ห่xา อะไรเลย… ตอนที่ 1

*** สำหรับเนื้อหาในโพสนี้ ต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับ ว่าขนาดหัวข้อ ยังใช้ภาษาพ่อขุนรามคำแหงเลย เนื้อหาคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ มีใช้คำสบถมาแน่นอน และเนื่องจากพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ส่วนตัวของกระผมเอง ดังนั้น หากใครรับคำศัพท์เหล่านี้ไม่ได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงครับ *** ต้องบอกว่าวันนี้เป็นอีกวันที่จะว่ายุ่งเหยิงและชุลมุนวุ่นวายที่สุดอีกวันหนึ่งของชีวิตผมเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นวันที่ผมมีภารกิจแน่นเอี๊ยดดดดด คือ ช่วงเช้าไปนัดวันอบรมทำใบขับขี่ใหม่ ช่วงบ่ายทำฟัน และช่วงเย็นไปงานศพ ซึ่งในโพสนี้ จะขอพูดถึงเรื่องการไปนัดวันอบรมทำใบขับขี่ใหม่นะครับ เพราะพึ่งประสบพบเจอมากับตัวเอง เลยยังจำได้อยู่ เลยว่าจะบันทึกลงไปซะหน่อย ไม่ใช่แค่บ่นๆ ไปเท่านั้นครับ แต่ผมหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อใครอีกหลายๆ คน ที่กำลังจะทำใบขับขี่ยานพาหนะส่วนบุคคลใหม่ ไม่มากก็น้อยครับ   วันนี้ไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ เพราะจู่ๆ ก็รู้สึกอยากจะนัดวันอบรมทำใบขับขี่ใหม่ขึ้นมาเฉยๆ คือ ตอนแรกที่ผมทำการโทรนัดกับทาง กรมขนส่งทางบก พื้นที่ 2 ที่อยู่แถวๆ ตลิ่งชัน ถนนสวนผัก ผมได้เร็วสุดคือวันที่ 24 กรกฎาคมครับ.. ซึ่งผมจะเดินทางไปญี่ปุ่นวันที่ 1 สิงหาคม มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันกระชั้นชิดมากไป เลยรู้สึกอยากจะทำอะไรๆ ให้มันเสร็จเร็วขึ้น ก็เลยลองติดต่อสอบถามเบื้องต้นกับ กรมขนส่งทางบกพื้นที่ 1 ที่อยู่หมอชิตทางโทรศัพท์ดู ( 02-271-8426 // ถ้าโทรแล้วไม่ค่อยติด ถือว่าเป็นเรื่องปกตินะครับ... ) ถึงจะไกลจากบ้านไปหน่อย (หราาาาา) แต่ถ้าได้วันเร็วขึ้นก็คุ้มละว้าาาา พอโทรติดก็ลองสอบถามเขาคร่าวๆ ดู ว่าถ้าเราไปด้วยตัวเองเนี่ย จะได้วันเร็วสุดวันไหน ทางนั้นเขาก็บอกมาว่า ถ้ามาด้วยตัวเอง วันนัดอบรมจะได้เร็วสุดคือวันที่ 5 และ 8 กรกฎาคม... เอาล่ะสิ เร็วขึ้นเยอะเลยเว้ยเฮ้ยยยยยย เอาก็เอาวะ ไปก็ไป คิดว่าแค่จองวันอบรมไม่น่าใช้เวลานานเท่าไหร่นักหรอก ก่อนไป ผมก็ได้เตรียมตัวเผื่อๆ ไว้หน่อยเท่าที่จะเตรียมได้ คือ กดเงินนั่นเอง ผมยึดคติอันนึงแบบชั่วคราว ซึ่งก็คือ สมัยนี้ ขอแค่มีเงิน แม่งก็ทำได้ทุกอย่าง ก็เลยไปกดเงินมา 300 บาท…Read more …
น้ำตาจากฟากฟ้า…

น้ำตาจากฟากฟ้า…

วันนี้ก็คงเป็นอีกวันหนึ่ง ของผู้ชายโง่เง่าไม่มีอะไรดีอย่างผม ที่หายใจแย่งก๊าสออกซิเจนชาวบ้านในท่ามกลางฤดู(โคตร)ร้อนของประเทศไทยไปวันๆ   ชีวิตช่วงนี้ของผม แม่งโคตรว่างเปล่า... คือ มันไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ มีแต่สิ่งที่เข้ามากวนใจให้ต้องคิดต้องเครียดอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ ในความเป็นจริง ชีวิตผมอาจจะมีอะไรก็ได้นะ อาจจะเป็นแค่ที่ความคิดของผม ที่มันตีความไปเองว่า ชีวิตตัวเรามันช่างเงียบเหงาเศร้าซึมเหลือเกิน แต่ถ้าวัดกันที่ความรู้สึกในตัวผมเอง ผมก็คงยืนยันคำเดิม ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมมันน่าเบื่อ...   ก่อนอื่นเลย ขอเล่าเรื่องต่อจากบล็อกอันที่แล้ว กบกินเครื่องบิน โดยในตอนท้าย ผมระบุไว้ว่า จะทำตัวใจกล้าหน้าด้านเข้าไปบอกความในใจกับคนที่ชอบ ซึ่งผมอยากจะบอกว่า ทุกอย่างมันจบสิ้นตั้งแต่ผมยังไม่ได้เริ่มทำแล้ว..   ถ้าหากถามว่า คิดไปเองหรือเปล่า? รู้ได้ยังไง? ยังไม่ได้ลองเลย.... เชื่อผมเถอะครับ ทุกอย่างมันพังตั้งแต่ผมคิดชอบเขาแล้วล่ะ มันมีเรื่องราวและที่มาที่ไปที่ทำให้ผมทราบดี เพราะฉะนั้น อย่าดันทุรังต่อไปอีกเลยจะดีกว่า..   ก็ยังดีที่ผมได้รู้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าคนอย่างผมเองมันไม่มีค่าพอจริงๆ แหละ ที่จะไปรักหรือไปชอบใคร หน้าตาก็อุบาทว์ คารมณ์ก็ติดลบ สรุปคือ รกโลกครับ สั้นๆ ง่ายๆ รู้แบบนี้ก็ดีนะ จะได้ห้ามความรู้สึกและห้ามใจของตัวเองได้ทัน ไม่ต้องหาเรื่องเจ็บตัวอีก   ผมว่าเป็นกันทุกคนนะ เมื่อเวลาที่เราได้มองออกไปยังทางข้างหน้า แต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลย.. เราก็ย่อมที่จะมองกลับไปยังทางที่ผ่านมา มองกลับไปหาอดีตที่สวยงาม...   ใช่แล้ว ผมคิดถึงแฟนเก่าของผม...   ถามว่าจำได้ไหมว่าเขาทำอะไรกับเราไว้บ้าง.. จำได้ แต่พยายามไม่เก็บมาใส่ใจ เอาจริงๆ คือ รู้แค่ว่าเขาทำอะไรกับเราบ้าง แต่ถ้าจะให้บอกรายละเอียดลงลึกลงไป ผมก็จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ เรื่องบางเรื่องที่มันไม่ดีไม่งามก็ปลดมันออกเสียบ้าง เก็บไว้แต่ความทรงจำที่สวยงามจะดีกว่า ถึงแม้ว่า บางครั้งมันจะกลับมาทำร้ายเราก็ตาม   และแล้วก็ไปเจอเพลงๆ นึงครับ เป็นเพลงเก่าแล้วล่ะ เพลงๆ นั้นก็คือเพลง น้ำตาฟ้า เป็นเพลงที่บอกความรู้สึกนึกคิดและความคร่ำครวญของผมตอนนี้ได้เป็นอย่างดี คือ มีรักอยู่ก็ถูกเขาทิ้ง หารักใหม่ก็ไม่มีใครใยดี ชีวิตนี้คงจะสะกดเป็นแต่คำว่า แพ้ และคำว่า ผิดหวัง...   เวอร์ชั่น Original ของเพลงนี้ ร้องโดยวงสามโทนครับ ร้องนำโดย…Read more …
กบกินเครื่องบิน

กบกินเครื่องบิน

เคยได้ยินสำนวนที่ว่า "หมาเห่าเครื่องบิน" กันบ้างมั้ยครับ... ณ จุดนี้ ถ้าไม่เคยได้ยินผมก็ช่างละครับ ถือซะว่ารู้กันหมดละกัน ว่าความหมายของสำนวนนี้ ก็คือ การที่เราเฝ้าคอย เฝ้าหา หรือต้องการสิ่งที่สูงกว่าหรือเลอค่ากว่าตัวตนของเราเป็นอย่างมาก แต่ในบล็อกนี้ ผมขอเปลี่ยนเป็น "กบกินเครื่องบิน" แทนละกัน   ทำไมต้องเป็นกบ?? กบในที่นี้ ผมแทนตัวผมเองนะครับ เป็นฉายาที่แฟนเก่าเขาเรียกผม (อีกบ อะไรประมาณนี้) ผมก็ไม่รู้ทำไมว่าเขาถึงเรียกผมว่ากบ แต่ยังไงมันก็ดูดีกว่าคางคกแหละวะ ฮ่าๆ   ทำไมต้องกินเครื่องบิน?? เครื่องบิน มันบินอยู่สูงครับ กบที่อยู่บนพื้นล่างจึงเห็นเครื่องบินลำเล็กนิดเดียว พร้อมด้วยเสียงเครื่องยนต์ดังหึ่งๆ และบินล่องลอยผ่านไปอย่างช้าๆ เนี่ย กบหน้าโง่อย่างผมก็คงคิดว่าไอ้เครื่องบินที่มันกำลังบินอยู่เนี่ย มันก็คือแมลงน่ะแหละ พอเห็นแมลงบินอยู่ตรงหน้า จะรออะไรล่ะครับ ภาษาชาวบ้านก็คือ แดกสิครับ จะรออะไร กบตัวนั้นก็ปล่อยลิ้นของมันออกมา แล้วพุ่งไปที่เครื่องบินลำนั้น หวังจะตวัดเอามากินเหมือนแมลง แต่ไฉนแล้ว เมื่อเอื้อมไปสุดลิ้น มันก็ยังไม่ถึงเครื่องบินลำนั้นเสียที   ซึ่งทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ คือความรู้สึกในตอนนี้ ที่ผมกำลังเป็นอยู่ครับ กบคือตัวผม ส่วนเครื่องบิน... ก็คือ คนที่ผมแอบชอบน่ะแหละ เอิกกกก ในสายตาของกบ จะเห็นเครื่องบินที่บินอยู่ ลำเล็กนิดเดียว เหมือนมันอยู่ใกล้มากๆ แต่จริงๆ แล้ว มันช่างอยู่ไกลเสียเหลือเกิน... ซึ่งมันบอกได้ตรงกับชีวิตผมในตอนนี้เลย ก็คือ "เหมือนอยู่ใกล้ แต่จริงๆ แล้วเราช่างห่างไกลกันเหลือเกิน"   ผมคงจะบอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ละ ถ้าบอกไปละรู้ยันเซลล์สมองเน่าๆ ของผมเป็นแน่ (กันไว้ก่อน เผื่อเพื่อนมาอ่าน ฮิฮิ) แต่ที่ผมจะบอกก็คือ ผมอึดอัดใจมากนะ... อึดอัดที่เราต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้ เหมือนคนที่ขี้ไม่ออกมาแล้วสองสามวันยังไงยังงั้น มันเป็นความรู้สึกที่เราอยากจะบอกออกไป แต่ก็กลัวกับผลที่ได้รับกลับมา เอาจริงๆ คือ ถ้าผมบอกไปแล้ว ผมไม่ได้กลัว หรือหวังว่าอีกฝ่าย จะต้องรับรักผมเลย ในทางกลับกัน ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ว่าผมจะมีวันที่ได้รับโอกาสนั้น เพราะที่บ้านผมมีอ่างน้ำใบใหญ่ไว้ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองทุกเช้าครับ แต่สิ่งที่ผมกลัวที่สุด ก็คือ…Read more …
2013 – ปีใหม่ ที่หายไป พร้อมกับเธอ…

2013 – ปีใหม่ ที่หายไป พร้อมกับเธอ…

ก่อนอื่นต้องขออภัยอย่างแรงสูง สำหรับการหายหัวไปนาน มาก เน้นว่านานมาก เพราะในช่วงปีสองของผมเนี่ย เป็นอะไรที่ โคตรยุ่งเลยแหละ โปรเจคสามวิชา ขี้แทบพุ่ง เรียนก็หนักขึ้น สอบก็โหดขึ้น รอดมาได้นี่โชคดียิ่งกว่าถูกหวยอีก ส่วนก่อนหน้านั้น ที่น้ำท่วมเอย และปิดเทอม(โคตร)ใหญ่ 5 เดือนเอย เพื่อที่จะเลื่อนให้เปิดตามสากล (แรดหน่อยก็อินเทอร์เนชั่นแนล~) ผมก็ไม่ได้มาเขียนบล็อกอีกนั่นแหละ เพราะติดงาน GalaxyLovers และเพราะด้วยเหตุนี้ แม้แต่เวลาเขียนบล็อกยังไม่มี ด้วยคำอ้างที่ว่า "ไม่มีเวลา" อันน่าสมเพชของผมนี้ ทำให้ผมต้องโสดไปในที่สุด... ในปีที่ผ่านมานี้ เป็นปีที่มีอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด แน่นอนว่าการแต่งบล็อกใหม่ (เอา Theme ชาวบ้านเขามาโมน่ะแหละ เป็น Responsive ด้วยนะ - คือ ทำมาสำหรับทุก Device ไม่ว่าจะเป็น คอม, smartphone หรือ Tablet) หลังจากทิ้งร้างไว้มาแรมปี 555555, และเรื่องที่ดีมากๆ คือ การที่ผมได้พบเพื่อนใหม่ๆ ที่ดีมากๆ อย่างมายด์ ต๊ะ กุ๊ก ปอย และไอ้เชี่ยโจ้ (กูให้ยศมึงเป็นพิเศษเลยนะ มึงควรจะดีใจ) เอาจริงๆ นะ ผมไม่เคยมีเพื่อนแบบนี้มาก่อนในชีวิต เพื่อนสวนกุหลาบก็เป็นอีกอารมณ์นึง โหด มันส์ ฮา แต่เพื่อนกลุ่มนี้ ก็เป็นอีกรูปแบบนึง รูปแบบที่จริงใจจนมันขัดกับคำที่เขาพูดกันว่า "เพื่อนมัธยมน่ะ ดีที่สุดแล้ว" และแน่นอน มันทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปอย่างสิ้นเชิงในเรื่องนี้ทันที ในปีที่ผ่านมา นอกจากจะเรื่องดีๆ แล้ว ก็ย่อมมีเรื่องเศร้าๆ บ้าง ที่ว่า ผมได้เลิกกับแอ้แล้ว... ถามว่าเราเลิกกันได้ยังไง ก็เห็นรักกันดี? อันนี้ผมขอไม่พูด ไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวอะไร แต่มันเป็นเพราะว่า ถ้าหากคุณอ่านจากสิ่งที่ผมเขียนในบล็อกนี้ คุณก็จะเห็นความแค่ข้างเดียว คือมาจากฝ่ายผม ซึ่งมันไม่ยุติธรรมกับฝ่ายหญิงเลย ผมเคยสัญญากับแอ้ไว้ก่อนเลิก ว่าจะไม่ทำร้ายเธอไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำ ซึ่งผมก็จะขอเลือกที่จะรักษาสัญญานั้นไปตลอด เรื่องอะไรที่ไม่ดี…Read more …
รักอมตะ ของบุรุษนามว่า Chadil Deffy หรือที่เรียกกันว่า เดฟ

รักอมตะ ของบุรุษนามว่า Chadil Deffy หรือที่เรียกกันว่า เดฟ

ฮือฮา! ผู้กำกับฯ รักอมตะ วิวาห์ศพเจ้าสาว หลังประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เผยรักกันตั้งแต่ยังเรียน แต่เจ้่าสาวมาด่วนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เจ้าบ่าวเลยจัดพิธีวิวาห์สวมแหวนพร้อมๆ กับพิธีศพที่วัด กำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่ในแวดวงไอที กับกระแสข่าวหนุ่มรักอมตะ ซึ่งจัดพิธีวิวาห์กับร่างไร้วิญญาณของสาวคนรัก ซึ่งกาลเวลาได้พรากเธอจากเขาไปรัก โดยเรื่องราวและภาพแห่งความรักครั้งนี้ ถูกโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กในชื่อ Chadil Deffy สร้างความสะเทือนใจระคนประทับใจให้กับผู้คนในโลกไซเบอร์ จนกลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ในวงกว้าง และมีผู้ที่เข้าไปชมและกดลิงค์ถูกใจ ถึง 5 หมื่นคนแล้วในขณะนี้ วันนี้ ( 9 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปแกะรอยตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องราวความรักอมตะครั้งนี้ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เนื่องจากทราบว่าพิธีวิวาห์ได้จัดขึ้นพร้อมกับพิธีศพเจ้าสาว ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดไตรวิเวก หมู่ 9 บ้านสะเดา ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ จนได้ทราบว่าเจ้าสาวที่เสียชีวิตไปแล้ว คือ น.ส.ศรินญา หรือ แอน  คำสุข  อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 10 บ.สก็อม ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถชนในพื้นที่เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ส่วนเจ้าบ่าวทราบเพียงชื่อเล่นคือนายเดฟ มีอาชีพเป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์ สำหรับเรื่องราวความรักของทั้งคู่ เกิดขึ้นเมื่อครั้งทั้งสองคนยังเรียนอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยลาลัยอีสเทิร์นเอเชีย เป็นเวลาถึง 10 ปี  และปลูกต้นรักกันจนมีโครงการจะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ฝ่ายหญิงกับมาพบจุดจบที่น่าเศร้าก่อนเวลาอันควร และเสียชีวิตลงเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมีการนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดไตรวิเวก โดยระหว่างพิธีรดน้ำศพเจ้าบ่าวซึ่งอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีดำสุดสมาร์ท ได้ขอนุญาตญาติฝ่ายหญิงซึ่งอยูในชุดเจ้าสาวแสนสวย ทำความฝันให้เป็นจริงด้วยการสวมแหวนหมั้นแต่งงานให้ฝ่ายสาวและจุมพิตที่มือ โดยใช้เวลา 10 นาที สร้างความสะเทือนใจแก่ญาติมิตรและเพื่อนสนิทจำนวนมาก หลายคนถึงกับร่ำไห้ในความรักที่เจ้าบ่าวมีต่อสาวคนรัก ซึ่งบันทึกภาพดังกล่าวแล้วนำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊คจนกลายเป็นเรื่องราวประทับใจในโลกออนไลน์ขณะนี้ สำหรับศพศพของน.ส.ศรินญา ถูกตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ 5 วัน จึงมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณเมรุซึ่งเป็นสถานที่ฌาปณกิจศพผู้ตายพบร่องรอยการประกอบพิธีและพวงหรีดไว้อาลัยจากญาติมิตรและเพื่อนฝูงจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนนั้นพบว่ามีพวงหรีดของทัช  ณ ตะกั่วทุ่ง  ดารานักร้องชื่อดัง,พี่น้องเพื่อนฝูงนิเทศสาสตร์ รุ่น 13…Read more …
คลิปโป๊… ( Meme 9GAG ชิ้นแรกของผม )

คลิปโป๊… ( Meme 9GAG ชิ้นแรกของผม )

คือ เห็นเว็บ 9gag.com แล้วรู้สึกว่า เฮ้ยย แม่งเจ๋งว่ะ ชอบๆๆๆ แต่ด้วยความที่เรายังไม่แตกฉานในมุขฝรั่งเขา เลยยังไม่กล้าทำเท่าไหร่ กลัวเป็นว่าจะกลายเป็นประจารณ์ตัวเราเอง แต่แล้วก็มาเจอ 9gag.in.th ดูเหมือนจะลอกนะ แต่ไม่ใช่เลย เพราะว่ามุขคนไทยกับคนฝรั่งมันช่างต่างกันเสียเหลือเกิน และในเมื่อมี 9gag ฉบับภาษาไทยแล้ว เราก็ได้เวลาปลดปล่อยความเกรียนเสียที 55555555+ คือจู่ๆ ก็คิดมุขนี้ได้อ่ะ ขอสาบาน ณ จุดนี้ว่าไม่ได้ลอกใครมาจริงๆ อาบน้ำอยู่ จู่ๆ คิดได้เฉยเลย คิดเอง ขำเอง ปัญญาอ่อนดีRead more …
การสอบครั้งแรก ในชีวิตมหาวิทยาลัย ผ่านไปแล้ว

การสอบครั้งแรก ในชีวิตมหาวิทยาลัย ผ่านไปแล้ว

รู้สึกว่า เข้ามหาวิทยาลัยมาได้ไม่เท่าไหร่เอง สอบซะละ Orz..... การสอบที่มหาวิทยาลัยนี่ ช่างต่างจากมัธยมโดยสิ้นเชิงเลยจริงๆ... ตอนมัธยม อ่านหนังสือแบบว่า พอผ่าน (สำหรับผมคนเดียวนะครับ เป็นความสามารถพิเศษ โปรดอย่าลอกเลียนแบบ เพราะมันไม่ดี TT ) เอาแค่ใจความหลักๆของมันก็พอ สุดท้ายก็ตายครับ ผลสอบที่ออกมาบัดซบมาก แล้วตอนมัธยม เพื่อนบางคนมีเตรียมส่งโพยกันด้วยนะ อ่านหนังสือไม่อ่าน แม่งเตรียมโพยซะดิบดี เฮ้ออออ สุดท้ายท้ายสุด ถึงแม้คะแนนที่ออกมามันจะบรมห่วยบัดซบแค่ไหน คุณก็ยังสามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปได้ ขอแค่ส่งงานให้ครบก็เพียงพอแล้ว ดีไม่ดีคะแนนรวมมันออกมาดีเสียด้วยซ้ำไปแม้ว่าคะแนนสอบมันจะกากแค่ไหนก็ตาม เพราะอาจารย์ท่านค่อนข้างจะใกล้ชิดกับเด็ก จึงมีความเมตตาสูงง แต่มหาวิทยาลัย ของจริง เล่นจริง ใครใช้โพย จับได้มึงตายสถานเดียว อาจารย์มีแต่ระดับด็อกเตอร์ สอนนักเรียนเป็นพันคน คะแนนเก็บมีน้อยนิดถึงไม่มีเลย และงานแต่ละชิ้นที่ได้รับมอบหมายก็ยากกว่างานสมัยมัธยมมาก และคะแนนที่ได้ก็ได้ตามเนื้อผ้า ทำดีได้ดี ทำเหี้ยก็ได้คะแนนเงินคะแนนทองไป แต่ก็ใช่ว่าอาจารย์จะไม่ช่วยเลย ก็คงมีแหละ แต่มีน้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย สำหรับผม การสอบกลางภาคหรือสอบ Midterm Examination ที่พึ่งผ่านไปล่าสุดสดๆร้อนนนๆ (25 - 29 ก.ค. 2011) ของคณะ ICT มหิดลเนี่ย ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากๆ ทั้งประสบการณ์ใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน ระเบียบการออกมาชัดเจน สอบวันไหน วิชาอะไรบ้าง กฎข้อบังคับในการสอบยังไง การแต่งตัว ต้องใส่เน็คไท้ให้ถูกต้อง กระโปรงห้ามสั้น ต้องหยิบเฉพาะเครื่องเขียนที่ใช้ออกมา ที่เหลือเก็บลงในถุงพลาสติกขนาดควายที่แจกให้ (ยังกะสอบ Entrance เลย) และวันสุดท้ายของการสอบ วิชาสุดท้ายที่สอบคือชีวะ ซึ่งใช้กระดาษคำตอบเป็นแบบกระดาษคอมพิวเตอร์ คือต้องใช้ดินสอ 2B ขึ้นไป ฝนบนคำตอบที่ต้องการ ซึ่งทางคณะไม่ได้แจ้งว่าให้เอาดินสอ 2B เข้ามา แต่เขาถึงกับวางดินสอ 2B ไว้ให้บนข้อสอบคนละแท่งเลย (แล้วตอนเดินออก ผมก็เผลอหยิบออกไปด้วย 55555) และผลของการสอบ ก็สรุปออกมาได้ ประมาณนี้…Read more …
ทำ Theme ใหม่แล้วววววววววว

ทำ Theme ใหม่แล้วววววววววว

ต้องบอกว่า ไม่รู้มาอารมณ์ ถึงได้มาทำ Themes แบบ Custom สุดๆเช่นนี้ และไม่รู้อารมณ์ไหนเหมือนกัน ถึงได้อยากมาเขียนบล็อกนี้ ทั้งๆที่..... มันไม่ได้เขียนมาชาติกว่าๆแล้ว 555+ เอาเป็นว่า ตอนนี้ผมก็ได้ทำการกู้ชีพเจ้าบล็อกน้อยๆของผมขึ้นมาแล้ว ให้มันดูมีชีวิตชีวาขึ้นมานิสนึง (จากเดิมที่มันใช้ธีมเฉิ่มๆมานานแสนนนนานนนนน) ช่วงนี้ก็มีอะไรหลายอย่างเข้ามาให้พบเจอในชีวิตมากเหลือเกิน หลังจากที่เข้ามหาวิทยาลัยมา หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก... จริงๆ เพื่อน... กลุ่มเดิม ที่เราคุ้นเคย ที่เราเคยนั่งคุยกันแบบฮาเฮ ไร้สาระบ้าง มีสาระ(นิดหน่อย)บ้าง มีเศร้าบ้าง มีเครียดบ้าง มีจริงจังบ้าง แต่คุยได้ทุกเรื่อง... ไม่มีอีกแล้ว ที่ผ่านเข้ามาใหม่ คือ กลุ่มคนจำนวนมาก ที่ซึ่งมันก็คือสังคมจริงๆ คือมีทั้งคนที่จริงใจ และไม่จริงใจ บางคนแสวงหาผลประโยชน์บ้างก็มี ตายด้านก็มี... หลากหลายรูปแบบ แต่อย่างไรเสีย ชีวิตนี้ยังไม่สิ้น เราก็ต้องดิ้นกันต่อไป ไว้จะมาบ่นต่อทีหลังนะฮะ ถ้าจะบ่นทั้งทีขอเป็นโพสต์ที่ดูเป็นชิ้นเป็นอันหน่อย ไม่ใช่มาบ่นแทรกโพสต์ที่ไม่ตรงหัวข้อ หุหุ Theme ที่ทำอันนี้ ก็คงจะแก้เล็กแก้น้อยไปเรื่อยๆ ตามกำลัง และศรัทธา และเวลา lol แล้วเจอโพสต์ไอ้อุดบ่นได้ในโพสต์อันต่อไปครับผมม :DRead more …